ภบท.5 คือ ภาษีบำรุงท้องที่ตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508 ซึ่งในมาตรา 7 ให้ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินในวันที่ 1 มกราคมของปีใด ทำหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่สำหรับปีนั้นจากราคาปานกลางของที่ดิน โดยราคากลางของที่ดินจะมีการประเมินทุกๆ 4 ปี ซึ่งจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าที่ดินตั้งอยู่ในพื้นที่ใด การตีราคากลางของที่ดินจะตีเป็นหน่วยตำบล

ที่ดินที่มี ภบท.5 จะออกใบจองคือ น.ส.2 หรือออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์คือ น.ส.3 ได้หรือไม่นั้น ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 มาตรา 1 ระบุไว้ว่า ใบจอง หมายความว่า หนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินเป็นการชั่วคราว มี 2 แบบ ได้แก่

1. น.ส.2 เป็นใบจองสำหรับที่ดินที่ตั้งอยู่ในท้องที่ ซึ่งรัฐมนตรียังไม่ได้ประกาศยกเลิกอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติตามประมวลกฎหมาย ที่ดินของหัวหน้าเขต นายอำเภอ ผู้เป็นหัวหน้ากิ่งประจำอำเภอ และ
2.น.ส.3 ก. เป็นใบจองที่ดินที่ตั้งอยู่ในท้องที่อื่น มิใช่ท้องที่ตามข้อ 1

การออกใบจองเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยและทำมาหากินเลี้ยงชีพแก่ราษฎรใน ที่ดิน มีหลักเกณฑ์กำหนดไว้ 2 กรณี

หนึ่งคือรัฐจัดที่ดินผืนใหญ่เนื้อที่ตั้งแต่ 1,000 ไร่ขึ้นไป ซึ่งเป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินในการนำที่ดินของรัฐ ซึ่งไม่มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง และเป็นที่ดินนอกจากส่วนราชการหรือองค์การของรัฐนำไปจัดตามกฎหมายอื่นแล้วมา วัดให้ราษฎร ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ข้อกำหนด ตามที่คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติกำหนดไว้

อีกกรณีหนึ่งคือราษฎรจับจองที่ดินแปลงเล็กแปลงน้อย เป็นที่หัวไร่ปลายนา มีเนื้อที่ไม่เกิน 1,000 ไร่ หรือเป็นที่ดินซึ่งคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติยังไม่ได้ประกาศเขตสำรวจ ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 24

ทั้งสองกรณีเมื่อราษฎรคนใดได้รับอนุญาตให้จับจองที่ดินแล้วให้ออกใบจอง ให้ไว้เป็นหลักฐานก่อน ต่อไปเมื่อปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่าบุคคลที่ได้รับอนุญาตให้จับจอง ที่ดินได้ทำประโยชน์ในที่ดิน และได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่คณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติกำหนดโดย ครบถ้วนแล้ว ก็ให้ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน (โดยออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 หรือโฉนดที่ดิน น.ส.4 ให้โดยเร็วต่อไป)

สำหรับผู้ครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดินภายหลังวันที่ประมวลที่ดินใช้ บังคับหลังวันที่ 1 ธันวาคม 2497 และไม่มีใบจอง ใบเหยียบย่ำ หรือไม่มีหลักฐานว่าเป็นผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการ ครองชีพ จะขอออก น.ส.3 ได้กรณีเดียวคือ ออกทั้งตำบล คือรัฐประกาศออก น.ส.3 ในพื้นที่นั้น

อนึ่ง ใบ ภบท.5 คือ หลักฐานการเสียภาษี บอกแต่เพียงชื่อที่ปรากฎอยู่ว่า เป็นผู้ที่เสียภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น ไม่ได้แสดงหลักฐานการครอบครองที่ดินนั้นๆ

การซื้อที่ดินที่มีใบ ภบท.5 และเสียภาษีต่อจากคนเดิม แสดงว่าได้ถือครองทำประโยชน์ต่อเนื่องมาจากคนเดิม แต่เป็นการถือครองมือเปล่าเพราะเป็นที่ของรัฐ ถ้าที่ดินนั้นอยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก.หรือประกาศเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดให้ใคร ส.ป.ก.จะสอบสวนสิทธิและรังวัดที่ดิน ซึ่งจะต้องชี้แนวเขต และต้องเป็นเกษตรกรที่ทำกินด้วยตนเองเต็มเวลา ไม่มีอาชีพอื่นและที่ดินที่อื่นที่เพียงพอแก่การครองชีพ รวมทั้งต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรก่อน จึงจะได้รับที่ดินนี้

ใบ ภบท.5 เป็นเพียงใบเสร็จรับเงินว่า มีคนมาเสียภาษีบำรุงท้องที่ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน ส่วนจะเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ทางราชการไม่รับรู้ ถ้าเป็นเจ้าของจริง ผู้ซื้อก็ได้ที่ดินนั้นไป ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของแต่นึกเอาว่าเป็นเจ้าของ ผู้ซึ้อก็ไม่ได้อะไรไป ส่วนหลักฐานนั้นก็ทำสัญญาซื้อที่ดินกัน และให้กำนันในท้องที่เป็นพยานให้

เรียบเรียงจาก สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ใบ ภบท.5  คือ หลักฐานการเสียภาษี บอกแต่เพียงชื่อที่ปรากฎอยู่ว่าเป็นผู้ที่สียภาษีบำรุงท้องที่เท่านั้น ไม่ได้แสดงหลักฐานการครอบครอง

การซื้อที่ดินที่มีใบ ภบท.5 และคุณเสียภาษีต่อจากคนเดิม แสดงว่าคุณได้ถือครองทำประโยชน์ต่อเนื่องมาจากคนเดิม แต่เป็นการถือครองมือเปล่าเพราะเป็นที่ของรัฐ ถ้าที่ดินนั้นอยู่ในพื้นที่ของ ส.ป.ก.หรือประกาศเขตปฏิรูปที่ดินแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดให้ใคร ส.ป.ก.จะสอบสวนสิทธิและรังวัดที่ดิน ซึ่งคุณจะต้องชี้แนวเขตและคุณต้องเป็นเกษตรกรที่ทำกินด้วยตนเองเต็มเวลา ไม่มีอาชีพอื่นและที่ดินที่อื่นที่เพียงพอแก่การครองชีพ รวมทั้งต้องผ่านการพิจารณาคัดเลือกเกษตรกรก่อน จึงจะได้รับที่ดินนี้

 ข้อมูลจาก สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

ใบ ภบท.5 เป็นเพียงใบเสร็จรับเงินว่า มีคนมาเสียภาษีบำรุงท้องที่ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของที่ดิน  ส่วนจะเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ทางราชการไม่รับรู้  ถ้าเขาเป็นเจ้าของจริง คุณก็ได้ที่ดินนั้นไป ถ้าเขาไม่ได้เป็นเจ้าของแต่นึกเอาว่าเป็นเจ้าของ คุณก็ไม่ได้อะไรไป  ส่วนหลักฐานนั้นก็ทำสัญญาซื้อที่ดินกันและให้กำนันเขาเป็นพยานให้

 ข้อมูลจาก มีชัยไทยแลนด์

Bookmark and Share